PPWR คืออะไร? โรงงานและผู้ส่งออกควรเตรียม Packaging อย่างไรให้พร้อมสำหรับกฎใหม่ของ EU

PPWR คืออะไร? โรงงานและผู้ส่งออกควรเตรียม Packaging อย่างไรให้พร้อมสำหรับกฎใหม่ของ EU

สำหรับบริษัทที่ส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรป หรือเป็น Supplier อยู่ใน Supply Chain ของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าใน EU คำว่า PPWR – Packaging and Packaging Waste Regulation จะเป็นเรื่องที่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งสำคัญคือ PPWR ไม่ได้ควรถูกมองว่าเป็นข้อกำหนดของ “กล่องสินค้า” เพียงอย่างเดียว

เมื่อประเมิน Packaging บริษัทควรมอง Total Packaging System ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสสินค้า กล่องภายใน กล่องขนส่ง วัสดุกันกระแทก ถุงหรือฟิล์มพลาสติก เทป ฉลาก ไปจนถึง Pallet และวัสดุที่ใช้ยึดสินค้าเพื่อการขนส่ง

ดังนั้น คำถามที่โรงงานควรถามจึงไม่ใช่เพียง “กล่องของเราผ่าน PPWR หรือไม่?” แต่ควรเป็น

“Packaging ทั้งระบบของสินค้านี้ประกอบด้วยอะไร ใช้วัสดุอะไร ปริมาณเท่าไร สามารถรีไซเคิลได้อย่างไร มีสารที่ต้องควบคุมหรือไม่ และมีส่วนไหนที่สามารถลดการใช้ Packaging ลงได้บ้าง?”

บทความนี้จะอธิบายแนวทางเบื้องต้นที่โรงงานและผู้ส่งออกสามารถนำไปเริ่มเตรียมข้อมูลได้


1. PPWR คืออะไร?

PPWR หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation คือกฎระเบียบของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ Packaging และ Packaging Waste ซึ่งเข้ามาแทนที่กรอบเดิมของ Packaging and Packaging Waste Directive (PPWD)

เป้าหมายสำคัญของกฎระเบียบนี้คือการลดผลกระทบจาก Packaging ต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันระบบ Packaging ของยุโรปไปสู่ Circular Economy มากขึ้น

ประเด็นสำคัญครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ เช่น

  • การลด Packaging Waste
  • การลด Packaging ที่ไม่จำเป็น
  • การออกแบบเพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้
  • การใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Recycled Content ในกรณีที่ข้อกำหนดเกี่ยวข้อง
  • การใช้ซ้ำ (Reuse) สำหรับ Packaging บางประเภทและบางสถานการณ์
  • ข้อกำหนดด้านสารอันตรายบางชนิดใน Packaging
  • การติดฉลากและให้ข้อมูล
  • การจัดทำข้อมูลและหลักฐานเพื่อแสดงความสอดคล้อง

ดังนั้น PPWR จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเปลี่ยนวัสดุชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับ การออกแบบและบริหาร Packaging ทั้งระบบ


2. เริ่มจากทำความเข้าใจ “Total Packaging”

ก่อนตรวจสอบข้อกำหนด บริษัทควรรู้ก่อนว่า Packaging ของสินค้าหนึ่ง SKU ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ตัวอย่างสินค้าหนึ่งชุดอาจประกอบด้วย

Product → Plastic Bag → Inner Box → Cushion → Master Carton → Tape → Label → Stretch Film → Corner Protection → Pallet

วัสดุเหล่านี้รวมกันจึงเป็น Packaging System ของสินค้านั้น

ความผิดพลาดที่พบได้ง่ายคือบริษัทเก็บข้อมูลเฉพาะกล่องหลัก แต่ไม่มีข้อมูลของวัสดุประกอบ เช่น เทป ฉลาก กาว ฟิล์ม วัสดุกันกระแทก หรือ Pallet

เมื่อเริ่มเตรียม PPWR จึงควรทำ Packaging Material Mapping ก่อน


3. ทำ Packaging BOM ให้กับสินค้า

แนวทางที่มีประโยชน์มากคือการสร้าง Packaging Bill of Materials หรือ Packaging BOM

ตัวอย่างเช่น

Packaging ComponentMaterialWeightQty
Inner BoxCorrugated Paper250 g1
Master CartonCorrugated Paper650 g1
PE BagLDPE20 g2
CushionPaper80 g2
TapePlastic/Adhesive15 g1
LabelPaper/Adhesive5 g2
Stretch FilmPlastic300 g1
PalletWood/Paper/Plastic8 kg1

จากนั้นควรสามารถตอบได้ว่า

สินค้าหนึ่ง Shipment ใช้ Packaging รวมกี่กิโลกรัม?

และแยกได้ว่าเป็น Paper / Plastic / Wood / Metal / Glass / Composite หรือวัสดุอื่น ๆ เท่าไร ข้อมูลนี้จะกลายเป็นฐานสำคัญในการวิเคราะห์ Packaging ต่อไป


4. ตรวจสอบว่า Packaging มีขนาดหรือปริมาณเกินความจำเป็นหรือไม่

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ PPWR คือ Packaging Minimisation

หลักคิดง่าย ๆ คือ Packaging ควรใช้วัสดุเท่าที่จำเป็นสำหรับการทำหน้าที่ของมัน โดยยังคงสามารถปกป้องสินค้าและรองรับ Logistics ได้อย่างเหมาะสม

บริษัทจึงควรตรวจสอบ เช่น

กล่องใหญ่กว่าสินค้ามากเกินไปหรือไม่?

มีพื้นที่ว่างภายในกล่องมากหรือไม่?

ใช้ Cushion มากเกินความจำเป็นหรือไม่?

สามารถลดความหนาหรือน้ำหนักวัสดุโดยที่ Performance ยังเพียงพอหรือไม่?

มี Packaging หลายชั้นที่ทำหน้าที่ซ้ำกันหรือไม่?

สามารถออกแบบจำนวนสินค้าต่อกล่องใหม่เพื่อใช้พื้นที่ได้ดีขึ้นหรือไม่?

สามารถลด Stretch Film หรือวัสดุยึดสินค้าได้หรือไม่?

สิ่งสำคัญคือ การลด Packaging ไม่ควรทำจนสินค้าเสียหาย

เพราะถ้าลด Packaging แล้วสินค้าเสียระหว่างขนส่ง ต้องผลิตสินค้าใหม่และขนส่งใหม่ ผลกระทบโดยรวมอาจกลับสูงขึ้น

ดังนั้น Packaging Optimisation ต้องพิจารณา Protection + Logistics + Material Efficiency ไปพร้อมกัน


5. ตรวจสอบความสามารถในการ Recycle

คำว่า “ทำจากกระดาษ” หรือ “ทำจากพลาสติก” เพียงอย่างเดียวไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมดเรื่อง Recyclability

ควรพิจารณา Packaging ในสภาพที่ถูกทิ้งจริงด้วย

ตัวอย่างเช่น กล่องกระดาษอาจมี Plastic Lamination, Coating, Tape, Label, Adhesive, Foam, Metal Staple
หรือวัสดุหลายชนิดประกอบกัน สิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อกระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล ดังนั้นบริษัทควรเริ่มถาม Supplier ว่า วัสดุประกอบด้วยอะไร?, สามารถแยกวัสดุออกจากกันได้หรือไม่?, มี Coating หรือ Lamination หรือไม่?, กาวหรือสารเคลือบชนิดใดถูกใช้?, Packaging หลังใช้งานเข้าสู่ Recycling Stream อย่างไร?


6. สารเคมีและสารอันตรายที่ควรให้ความสำคัญ

นี่เป็นอีกเรื่องที่หลายบริษัทมักเริ่มตรวจสอบเมื่อได้รับแบบสอบถามจากลูกค้า

PPWR มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ Substances of Concern ใน Packaging และมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับสารบางกลุ่ม ตัวอย่างหนึ่งที่ควรรู้จักคือ Heavy Metals ได้แก่

Lead (Pb)
Cadmium (Cd)
Mercury (Hg)
Hexavalent Chromium (Cr VI)

บริษัทจึงควรมีข้อมูลหรือหลักฐานจาก Supplier เกี่ยวกับวัสดุที่นำมาผลิต Packaging ตามความเหมาะสมและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับ PFAS ที่ PPWR กำหนดข้อจำกัดสำหรับ Food-Contact Packaging ตามเงื่อนไขและเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้ต้องระวังความเข้าใจผิดว่า

“PPWR = Packaging ทุกชนิดต้องตรวจ PFAS”

ไม่ใช่การสรุปที่ถูกต้อง ต้องพิจารณาก่อนว่า Packaging นั้นเป็น Food-Contact Packaging หรือไม่ และข้อกำหนดใดมีผลกับผลิตภัณฑ์นั้น

เช่นเดียวกับหัวข้ออื่นอย่าง MOSH/MOAH ซึ่งไม่ควรสรุปว่าบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทต้องส่งตรวจเพียงเพราะลูกค้ากล่าวถึง PPWR

แนวทางที่ดีกว่าคือทำ Chemical Requirement Matrix โดยพิจารณาจาก

Material + Packaging Application + Food Contact Status + Customer Requirement + Destination Market

แล้วจึงกำหนดว่ารายการใดต้องมี Declaration รายการใดต้องมี Certificate และรายการใดจำเป็นต้อง Laboratory Test


7. ไม่จำเป็นต้อง “ตรวจ Lab ทุกอย่าง”

การเตรียม PPWR ไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้องนำ Packaging ทุกชิ้นไปตรวจสารทุกชนิดในห้องปฏิบัติการ

สิ่งที่ควรทำก่อนคือ Risk Assessment

ตัวอย่างลำดับการทำงาน

Identify Material → Identify Supplier → Collect Declaration → Review Chemical Risk → Review Legal/Customer Requirement → Determine Testing Requirement

หาก Supplier สามารถให้ข้อมูล Material Specification, Declaration หรือ Test Report ที่เหมาะสมและยังมีความน่าเชื่อถือ อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานได้ตามกรณี

แต่ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ หรือสินค้ามีความเสี่ยงสูง จึงพิจารณาการทดสอบเพิ่มเติม

วิธีนี้ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและการตรวจ Lab ที่ไม่จำเป็น


8. เอกสารอะไรที่โรงงานควรเริ่มเก็บ?

บริษัทที่ต้องการเตรียมระบบ Packaging ให้พร้อม ควรเริ่มสร้าง Packaging Technical File สำหรับสินค้า หรือกลุ่ม Packaging ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ควรพิจารณาจัดเก็บ เช่น

Packaging Specification

ระบุขนาด น้ำหนัก วัสดุ โครงสร้าง และรายละเอียดสำคัญของ Packaging

Packaging BOM

แสดง Packaging Components และ Material แต่ละชนิด

Material Specification

ข้อมูลวัตถุดิบจาก Supplier

Supplier Declaration

คำรับรองหรือข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุและสารที่เกี่ยวข้อง

Chemical Compliance Documents

เช่น Declaration หรือ Test Report ตามข้อกำหนดและ Risk Assessment

Recycled Content Information

สำหรับวัสดุและกรณีที่เกี่ยวข้อง

Recyclability Information

ข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินว่า Packaging สามารถเข้าสู่ระบบ Recycling ได้อย่างไร

Packaging Weight Record

น้ำหนัก Packaging แยกตาม Material และ Component

Design / Drawing

แบบโครงสร้างและรายละเอียด Packaging

Test Report

เช่น Compression Test, Drop Test, Transport Test, Load Test หรือการทดสอบอื่นตามประเภท Packaging

Risk Assessment

หลักฐานว่าบริษัทได้ประเมินความเสี่ยงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องแล้ว

เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อ PPWR แต่ยังช่วยให้ตอบ Customer Questionnaire ได้รวดเร็วขึ้นด้วย


9. Supplier ของ Packaging มีความสำคัญมากขึ้น

โรงงานอาจไม่ได้ผลิต Packaging เองทั้งหมด

ดังนั้นคุณภาพของข้อมูลจาก Supplier จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฝ่าย Purchasing และ QA ควรเริ่มกำหนดข้อมูลที่ต้องการจาก Packaging Supplier เช่น

Material Composition
Material Specification
Weight
Recycled Content Information
Chemical Declaration
Relevant Test Reports
Recyclability Information
Change Notification

โดยเฉพาะ Change Notification

หาก Supplier เปลี่ยน Paper Grade, Plastic Resin, Ink, Adhesive, Coating หรือ Material Source บริษัทควรประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อข้อมูล Packaging เดิมหรือไม่


10. อย่าลืม Ink, Adhesive, Coating และวัสดุประกอบ

เวลาทำ Packaging BOM หลายบริษัทบันทึกว่า

Material: Corrugated Paper

แล้วจบ

แต่ Packaging จริงอาจประกอบด้วย

Paper + Printing Ink + Adhesive + Coating + Tape + Label

ดังนั้นการจัดการข้อมูล PPWR ที่ดีควรมองถึง Constituent Materials ที่มีความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดูเฉพาะวัสดุหลักเท่านั้น

โดยเฉพาะ Packaging ที่มีการพิมพ์ เคลือบ ลามิเนต หรือประกอบวัสดุหลายชนิด


11. Pallet ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Total Packaging ที่ควรสำรวจ

หลังจากตรวจกล่องและ Packaging รอบสินค้าแล้ว อย่าลืม Packaging ที่ใช้ในการขนส่ง เช่น pallet, Stretch, Film, Strapping, Corner Board,Top Sheet, Slip Sheet, Protective Material

ตัวอย่างง่าย ๆ หากบริษัทใช้ Pallet 10,000 ชิ้นต่อปี และ Pallet หนัก 15 kg หมายความว่าส่วนนี้เพียงอย่างเดียวมี Material Flow ถึง 150,000 kg/year ดังนั้น Transport Packaging จึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ควรนำมาทำ Packaging Optimisation บริษัทสามารถเปรียบเทียบทางเลือก เช่น Wood Pallet, Plastic Pallet, Paper Pallet, Slip Sheet, Reusable Transport Packaging โดยพิจารณาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกจากวัสดุเพียงอย่างเดียว


12. สร้าง Packaging Matrix กลางของบริษัท

หากบริษัทมีสินค้าหลายร้อย SKU การทำข้อมูลแยกโดยไม่มีระบบจะจัดการยากมาก

จึงควรสร้าง Packaging Compliance Matrix

ตัวอย่างโครงสร้างข้อมูล

SKUPackagingMaterialWeightSupplierRecycled ContentChemical DocsRecyclability InfoTest ReportStatus
A001Inner BoxPaper0.20 kgSupplier AAvailableAvailableReviewN/AReview
A001Master CartonCorrugated0.65 kgSupplier BAvailableAvailableReviewAvailableReview
A001PE BagLDPE0.02 kgSupplier CReviewAvailableReviewN/AReview
A001PalletPaper/Wood8 kgSupplier DReviewAvailableReviewAvailableReview

เมื่อมีข้อมูลแบบนี้ บริษัทจะเห็นทันทีว่า

ข้อมูลอะไรมีแล้ว — ข้อมูลอะไรขาด — Supplier รายใดต้องติดตาม — Packaging ตัวใดควรปรับปรุงก่อน


13. ใครในองค์กรควรรับผิดชอบ PPWR?

PPWR ไม่ควรเป็นงานของ QA เพียงฝ่ายเดียว

การเตรียม Packaging ที่ดีต้องอาศัยหลายหน่วยงาน

Sales / Customer Service

รับ Requirement จากลูกค้า

R&D / Packaging Engineering

ออกแบบและปรับ Packaging

Purchasing

ขอข้อมูลและ Declaration จาก Supplier

QA / Compliance

ตรวจสอบข้อกำหนดและหลักฐาน

Production

ควบคุม Material และ Process ให้ตรงกับ Specification

Warehouse / Logistics

ให้ข้อมูลการจัดเรียง การขนส่ง Pallet และ Transport Packaging

Management

กำหนดเป้าหมาย Packaging Reduction และทรัพยากรที่จำเป็น

ดังนั้นองค์กรที่เตรียม PPWR ได้ดีจะไม่ได้มีเพียง Certificate จำนวนมาก แต่ควรมี Packaging Data Management System ที่สามารถย้อนกลับได้ว่า Packaging แต่ละชิ้นมาจากไหน มี Composition อย่างไร และมีหลักฐานอะไรสนับสนุน


14. Checklist เริ่มต้นสำหรับโรงงาน

หากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน สามารถเริ่มจากคำถามเหล่านี้ได้

☐ เรารู้หรือไม่ว่าสินค้าแต่ละ SKU ใช้ Packaging อะไรบ้าง?

☐ มี Packaging BOM หรือไม่?

☐ ทราบน้ำหนัก Packaging แต่ละชิ้นหรือไม่?

☐ ทราบ Material Composition หรือไม่?

☐ รู้ว่า Supplier ของแต่ละ Component คือใครหรือไม่?

☐ มี Material Specification หรือไม่?

☐ มี Declaration / Chemical Information ที่จำเป็นหรือไม่?

☐ Packaging ใดเป็น Food Contact?

☐ มีการประเมิน Chemical Risk หรือไม่?

☐ มีข้อมูล Recycled Content ในกรณีที่เกี่ยวข้องหรือไม่?

☐ มีข้อมูลเกี่ยวกับ Recyclability หรือไม่?

☐ มี Packaging ที่สามารถลดขนาดหรือน้ำหนักได้หรือไม่?

☐ มี Packaging หลายชั้นเกินความจำเป็นหรือไม่?

☐ Transport Packaging เช่น Pallet / Film / Strap ถูกนำมารวมในการประเมินหรือยัง?

☐ เมื่อ Supplier เปลี่ยน Material มีระบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

ถ้าหลายข้อยังตอบว่า “ไม่มีข้อมูล”

สิ่งแรกที่ควรทำอาจยังไม่ใช่การส่งตัวอย่างไปตรวจ Lab

แต่คือการเริ่มทำ Packaging Mapping และรวบรวมข้อมูลจาก Supply Chain


15. สรุป: การเตรียม PPWR ควรเริ่มจาก “ข้อมูล” ก่อน “การเปลี่ยน Packaging”

PPWR ทำให้การบริหาร Packaging เปลี่ยนจากการถามเพียงว่า

“กล่องนี้ราคาเท่าไร?”

ไปสู่คำถามที่ละเอียดขึ้น เช่น

ทำจากอะไร?, ใช้วัสดุกี่กรัม?, จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดหรือไม่?, สามารถลด Material ได้หรือไม่?, สามารถ Recycle ได้อย่างไร?, มีสารที่ต้องควบคุมหรือไม่?, Supplier มีข้อมูลรองรับหรือไม่?, และเรามีหลักฐานเพียงพอที่จะตอบลูกค้าหรือไม่?

สำหรับโรงงานและผู้ส่งออก วิธีเริ่มต้นที่เหมาะสมจึงเป็น

Packaging Mapping → Packaging BOM → Material & Chemical Data → Risk Assessment → Recyclability Review → Packaging Minimisation → Testing → Documentation → Continuous Improvement

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Packaging ทั้งหมดในวันเดียว

แต่ควรเริ่มสร้างข้อมูลให้รู้ว่า Total Packaging ของบริษัทเป็นอย่างไร และจุดใดมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสปรับปรุง


T5 กับการพัฒนา Packaging สำหรับ PPWR

T5 ให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม และสามารถร่วมกับลูกค้าในการพัฒนา Packaging Solution โดยมอง Total Packaging ไม่ใช่เฉพาะ Packaging Component ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

ตั้งแต่การพิจารณาโครงสร้างกล่องและ Corrugated Packaging การลด Material การออกแบบ Transport Packaging ไปจนถึง Paper Pallet และ Packaging Solution สำหรับการขนส่ง

สำหรับลูกค้าที่กำลังเตรียมความพร้อมด้าน PPWR ทีมงาน T5 สามารถร่วมพิจารณาแนวทาง Packaging ที่เหมาะสมกับสินค้า การใช้งาน และข้อมูลที่ลูกค้าต้องการจาก Packaging Supplier

หากบริษัทของคุณกำลัง

ทบทวน Packaging เพื่อเตรียม PPWR
ต้องการลด Packaging Material
ต้องการปรับ Packaging ให้เหมาะกับการ Recycle
ต้องการพัฒนา Total Packaging Solution
หรือกำลังมองหา Alternative Transport Packaging

สามารถติดต่อ ฝ่ายขาย T5 เพื่อพูดคุยรายละเอียดและพัฒนา Packaging Solution ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของคุณได้ (mail.t5pallet@gmail.com)

ทีไฟว์ เปเปอร์ แพลเลท

บริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์กระดาษสัญชาติไทยที่ก้าวไกลสู่ระดับสากล ทีไฟว์คือผู้เชี่ยวชาญในการสร้างนวัตกรรมการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์กระดาษลูกฟูกคุณภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และในวันนี้บริษัทมีความพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การให้บริการผลิตภัณฑ์กระดาษที่มากกว่าแค่กระดาษลูกฟูก

ผลลัพธ์จากการผสานนวัตกรรมล้ำสมัย การรับฟังปัญหาอย่างเข้าใจ จนเกิดกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด ทีไฟว์ จึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงในด้านการให้บริการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษที่คุ้มค่าและครบครันด้วยหลากหลายประเภทผลิตภัณฑ์ ทั้งกล่องกระดาษ กล่องขนย้าย พาเลทกระดาษ และบรรจุภัณฑ์กระดาษซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความเชี่ยวชาญและจริงใจในการให้บริการ ทีไฟว์ ไม่เพียงให้ความสำคัญกับ
การใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกอุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์เท่านั้น หากแต่ ทีไฟว์ เป็นเสมือนคู่คิดที่สามารถให้บริการผลิตภัณฑ์กระดาษในทุกกระบวนการด้วยความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญ จึงทำให้บริษัทสร้างความไว้วางใจและสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทีมงานจะใช้องค์ความรู้เพื่อช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการกำหนดแนวทางการผลิตที่ประสานทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า นอกจากนี้ทัศนคติที่ดีในการให้บริการลูกค้ายังทำให้ทีมงาน
มืออาชีพของบริษัทพร้อมเสมอที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่อำนวยความสะดวกลูกค้าได้รวดเร็วแม้เป็นความต้องการเร่งด่วนและ
การดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจตลอดหลายปีที่ผ่านมานั่นเองที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและลูกค้าเสมอมา

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่าหนึ่งทศวรรษ ทีไฟว์ พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์กระดาษที่พร้อมสอดรับกับความต้องการของธุรกิจที่แตกต่าง ซึ่งในปี 2563 นี้ ทีไฟว์ มีพันธกิจที่จะมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์กระดาษที่ครบครันทั้งการออกแบบ การผลิต และจัดจำหน่ายแบบครบวงจร

แม้ว่าขอบข่ายงานของทีไฟว์จะขยายกว้างขึ้น แต่รูปแบบการทำธุรกิจของทีไฟว์นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป อันที่จริงนี่คือการเติบโตที่ปรับเอาความสามารถ และความชำนาญที่สั่งสมจากการให้บริการด้านผลิตภัณฑ์กระดาษเดิมที่มีอยู่แล้ว มาทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ การผลิต จึงทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ที่ทีมงานของเรากลั่นกรองและคิดค้นขึ้นมาล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดและคุ้มค่า ทีไฟว์จึงสามารถรังสรรค์ชิ้นงานคุณภาพที่ใส่ใจรายละเอียดและใช้ประโยชน์ได้จริงขึ้นจากแนวคิดอย่างเป็นระบบ

ด้วยความก้าวหน้าต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง ทั้งทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความจริงใจในการบริการลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นประหนึ่งเพื่อนคู่คิดของลูกค้า ทีมงานของ ทีไฟว์ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้ลูกค้าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า นับตั้งแต่บรรจุภัณฑ์กระดาษคุณภาพดีสำหรับใช้ในคลังสินค้า ไปจนถึงอุปกรณ์ใช้สอยในครัวเรือนที่สวยงามและเอนกประสงค์ เราปรารถนาให้ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อมั่นว่า ทีไฟว์ คือผู้นำแห่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กระดาษที่มีคุณภาพ คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มาที่ไป กับก้าวที่ผ่านมา
หลังจากการก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2551 ทีไฟว์ นับเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พาเลทกระดาษลูกฟูกสำหรับจัดเก็บของในคลังสินค้าสำหรับขนย้ายสิ่งของเจ้าแรกๆ ของไทย อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรายแรกของไทยที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตจากญี่ปุ่นในการผลิตพาเลทลูกฟูกอีกด้วย ในปัจจุบันบริษัทได้จัดตั้งฐานการผลิตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครไว้พร้อมให้บริการด้านขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คุณประโยชน์ของนวัตกรรมที่ล้ำหน้ายังถูกถ่ายทอดผ่านการผลิตสินค้าที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น อาทิ การประหยัดต้นทุนโดยรวมของการผลิตพาเลทกระดาษลูกฟูกอีโค่พาเลตต์ ที่มีข้อดีในหลายด้าน ทั้งน้ำหนักเบา (ประหยัดค่าขนส่ง) สะอาดกว่า (ไม่ทิ้งคราบเลอะเพราะปราศจากการรมยาวัสดุบรรจุภัณฑ์) ปลอดภัยกว่า (เคลื่อนย้ายได้โดยสะดวก) และพาเลทกระดาษประเภทนี้ยังสามารถผลิตได้เร็วกว่าพาเลทประเภทไม้หรือพลาสติก ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ ทีไฟว์ นั้นมีความคุ้มค่าสำหรับลูกค้า ทั้งในแง่การอำนวยความสะดวกด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ การวางแผนกระบวนการผลิตเพื่อควบคุมต้นทุนอย่างเหมาะสม และที่สำคัญคือระยะเวลาการผลิตที่สั้นกว่า เพราะความรวดเร็วเป็นเสมือนกุญแจที่ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจประเภทการขนส่งขาออกให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดทั้งปี

ทีไฟว์ ยังไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาสู่การเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์กระดาษระดับโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่จำกัดอยู่เพียงการผลิตมาจำหน่ายและใช้งานตามจำเป็นเท่านั้น แต่ ทีไฟว์ เน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อเติมเต็มความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า ทีมงานของบริษัทพร้อมให้บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการออกแบบที่เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่าง
ถ่องแท้ ด้วยประสบการณ์ในการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีพันธมิตรทางธุรกิจที่เหนียวแน่นทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นเสมอ และในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมานั้น นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของบริษัทที่ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษให้แก่บริษัทชั้นนำต่างๆ ของโลก จนทำให้เกิดการกระจายงานและรายได้สู่ภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่ามหาศาล

ในปัจจุบัน ทีไฟว์ ได้สร้างความสำเร็จแล้วในฐานะโรงงานและผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ และวัสดุสำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษ ซึ่งจากนี้ไปจะนับเป็นก้าวสำคัญของเราในการขยายฐานการผลิตที่ไปได้ไกลยิ่งกว่าการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก หากแต่หมายรวมถึงอุปกรณ์ใช้สอยในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่ครบครัน

คุณค่าหลักของแบรนด์ที่รักษาฐานผู้ใช้บริการไว้อย่างเหนียวแน่น
คุณค่าหลักของทีไฟว์ ทั้ง 5 ประการเป็นเสมือนฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนให้แบรนด์มีความแข็งแกร่ง ด้วยประสิทธิภาพในการควบคุมและประสานทุกกระบวนการทำงาน ทำให้ ทีไฟว์ ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้า ลูกค้า และทีมงานทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกองค์กรตลอดกระบวนการได้อย่างสอดคล้องกลมเกลียว

1. เพื่อนคู่คิด มิตรแท้ที่วางใจได้เสมอ
จะดีเพียงใด ถ้าแค่มองตาก็รู้ใจ และช่วยคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่และตอบโจทย์ทุกความต้องการ
“เพื่อนคู่คิด” ในภาษาไทยหมายถึง เพื่อนที่รู้ใจ หรือเพื่อนที่ไว้วางใจได้ มีความน่าเชื่อถือและเป็นคู่คิดในเรื่องต่างๆ
เพราะมีเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความต้องการของคุณ มีความคิดความเชื่อที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงเข้าใจถึงปัญหาและความกังวลที่คุณมี จนกระทั่งสามารถช่วยคุณตัดสินใจและคัดสรรสิ่งที่ใช่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างตรงจุด
ซึ่งทีไฟว์ มีคุณสมบัติของการเป็นเพื่อนคู่คิด เพียงพอที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทีไฟว์สามารถเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ได้
คุ้มค่าและตรงใจคุณ อีกทั้งยังดูแลทุกความต้องการได้อย่างทันท่วงที และพร้อมอยู่เคียงข้างคุณทุกนาทีตลอดในทุกการตัดสินใจ
2. ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมกระดาษที่ตอบโจทย์ของคุณได้มากกว่า
นวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำผนวกความคิดสร้างสรรค์ที่รังสรรค์ให้ทุกไอเดียเป็นไปได้

ทีไฟว์ เป็นมากกว่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษ แต่เราเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดในทุกมิติของนวัตกรรมกระดาษที่รวบรวมศูนย์ค้นคว้าวิจัย และอำนวยความสะดวกลูกค้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือผลิตอันทันสมัยที่ผ่านการคัดสรร การออกแบบ
จากการรับฟังความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เกิดกระบวนการคิดที่ละเอียดถี่ถ้วน จนเกิดการตกผลึกเป็นไอเดียผลิตภัณฑ์
ที่นำไปผลิตได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นยังประสานความต้องการและประโยชน์ใช้งานอย่างลงตัว มีความตรงจุด ตรงใจเสมือนออกมาจากความคิดของลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ทีไฟว์ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความล้ำสมัย อาทิ เครื่องพิมพ์แบบดิจิตอลแบบปราศจากการขึ้นเพลทงานใหม่ที่ไม่เพียงให้ผลิตผลที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น
แต่ยังสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาตอบโจทย์ที่ท้าทายหลายหลากที่ทั้งคุ้มค่าและคุ้มราคา

อย่างไรก็ดี แม้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจะล้ำหน้าไปมากเพียงใด ผลิตภัณฑ์ต่างก็ต้องการแนวคิดที่เฉียบคมจาก
ภูมิปัญญาของผู้ที่ประสบการณ์ ซึ่งทีมงานของทีไฟว์ นับเป็นบุคลากรที่เปี่ยมด้วยความรู้เชิงลึกและถ่องแท้เกี่ยวกับคุณสมบัติและประโยชน์ใช้งานของกระดาษ เพราะการใช้ประโยชน์จากกระดาษโดยความคงทนของวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นสามารถทำได้ยาก ดังนั้นจึงต้องอาศัยทักษะขั้นสูงของผู้เชี่ยวชาญ โดยทักษะและความเชี่ยวชาญของทีมงานสามารถพิสูจน์ได้จากศักยภาพในการดีไซน์และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ของทีไฟว์ นั่นคือพาเลทกระดาษลูกฟูกที่บางเบากว่า แต่คงทนและสามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 3 ตัน ซึ่งได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษรายแรกของไทยที่ก้าวไกลสู่มาตรฐานโลก

3. ผลิตภัณฑ์กระดาษที่เลือกได้ในแบบเฉพาะตัวคุณ
เพื่อนคู่คิดด้านผลิตภัณฑ์กระดาษสำหรับคุณ
ทีไฟว์ มีองค์ความรู้และมีความยืดหยุ่นในการออกแบบบรรจุภัณฑ์กระดาษ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก การผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกขนาดใหญ่หรือพาเลทกระดาษ ตั้งแต่กำลังการผลิตหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ทีไฟว์ สามารถผลิตออกมาได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ
งานดีไซน์ที่ได้รับการดูแลและการแนะนำจาก ทีไฟว์ จะผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในหลายมิติ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์ และมีประโชน์ใช้งานแบบเฉพาะมากกว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษทั่วไป เพราะได้สอดแทรกคุณประโยชน์พิเศษเฉพาะของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เข้าไปอย่างเหมาะสม และด้วยทีมงานที่มากประสบการณ์ผนวกกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ของ
ทีไฟว์ จึงสามารถผลิตผลิตภัณพ์ที่ปรับเข้ากับโจทย์ของลูกค้าได้อย่างตรงจุด
อีกทั้งความสามารถในการเข้าใจถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ลูกค้า ความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์จึงทำให้ ทีไฟว์ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดี ทีไฟว์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า บริษัท มีความพร้อมมากพอที่จะขยายธุรกิจสู่ผู้ผลิตกระดาษที่ครบวงจร ซึ่งครอบคลุมถึงเฟอร์นิเจอร์ ของประดับบ้าน ดังนั้นไม่ว่าความต้องการใดๆหรือความต้องการเกี่ยวกับกระดาษนั้นจะซับซ้อนเพียงใด ทีไฟว์พร้อมและยินดีที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดด้านผลิตภัณฑ์กระดาษที่เคียงข้างคุณเสมอ

4. ความเอนกประสงค์สำหรับการใช้งาน
คุณสมบัติสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
ความเชี่ยวชาญของ ทีไฟว์ นั้นมากกว่าคำว่าประสิทธิภาพ เพราะเรายังมุ่งเน้นถึงความคุ้มค่าของงบประมาณและการใช้สอยที่หลากหลาย ทีไฟว์ พยายามเสมอในการคิดค้นหาวิธีการดำเนินงานที่ใช้ทรัพยากรและงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด ตั้งแต่รูปแบบบรรจุภัณฑ์ การจัดเก็บ การจัดส่งแก่ผู้ค้ารายย่อยและผู้บริโภค ด้วยความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ที่ถูกดีไซน์อย่างใส่ใจ พร้อมกับรูปแบบผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติที่ครบครันจะทำให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งสายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมประโยชน์ใช้งานอย่างกว้างขวาง อาจทำให้คุณประหลาดใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผลิตขึ้นจากกระดาษจริงๆ อาทิ โต๊ะทำงานกระดาษ โต๊ะคอมพิวเตอร์กระดาษ ตู้กระดาษ โครงเตียงกระดาษ ชั้นวางของกระดาษ กล่องรองเท้ากระดาษ บ้านสัตว์เลี้ยงกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษอื่นๆ อีกมากมาย

5. ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ความตั้งใจอันแน่วแน่ในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ความตั้งใจในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและลูกค้าของเรา เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังให้เป็นหนึ่งในคุณค่าและวัฒนธรรมขององค์กรซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการบริการและแนวทางการปฏิบัติงานของ ทีไฟว์ ที่มีต่อ เพื่อนร่วมงาน ผู้รับบริการ สังคมและสิ่งแวดล้อม
ความตั้งใจในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของ ทีไฟว์ เป็นสิ่งที่เราไม่เพียงให้คำมั่นสัญญาเป็น
ลายลักษณ์อักษรเท่านั้น แต่เราเน้นการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งเมื่อต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ผลิตของบริษัทระดับโลกยิ่งต้องควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์, รับผิดชอบต่อสังคม, สิ่งแวดล้อม, ข้อพึงปฏิบัติ และข้อห้าม นอกจากนี้ในแง่การดำเนินธุรกิจนั้น บริษัทจะต้องดำเนินแผนการจัดจ้างและจัดสรรงานโดยยึดตามหลักเกณฑ์ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (UN ILO) รวมถึงอยู่ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001 เพื่อที่จะกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากร การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การจัดการของเสียในการผลิตอย่างถูกวิธี การควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพ อัตราจ้างงานที่เหมาะสมและปัจจัยอื่นๆที่แสดงถึงความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ ทีไฟว์ ตระหนักดีถึงบทบาทในการเป็นบริษัทผู้นำด้านธุรกิจนวัตกรรมกระดาษซึ่งรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของมาตรฐานการรับรองป่าไม้ตามแนวทางของ (FSC CoC) เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสมและไม่รุกรานธรรมชาติ ประกาศนียบัตรนี้กำหนดให้มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างรู้คุณค่าตั้งแต่กระบวนการเก็บเกี่ยว การตัดโค่น การผลิต ระบบการจัดการโรงงาน การกระจายสินค้า การพิมพ์ การจัดจำหน่าย สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าของ ทีไฟว์ มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อนั้นมาจากผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทีไฟว์ เปเปอร์ แพลเลท คำตอบของนวัตกรรมกระดาษ ที่ใช่และตอบโจทย์
ทีไฟว์ เพื่อนคู่คิดที่ใช่ เข้าใจเรื่องกระดาษอย่างมืออาชีพ เพื่อนคู่คิดผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดาษ เป็นสิ่งที่ทีไฟว์ยึดถือเป็นแนวทางการให้บริการพันธมิตร ลูกค้า และ เพื่อนร่วมงานของเรา เพราะในฐานะผู้ออกแบบและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษเปี่ยมนวัตกรรมที่มากประสบการณ์ ทำให้ทีไฟว์ พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้คำแนะนำและแนวทางด้านผลิตภัณฑ์กระดาษที่ใช่สำหรับลูกค้าเสมอ ด้วยความเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญ ทีไฟว์ มีความยืดหยุ่นในจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างอย่างเข้าใจและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอน เสมือนเพื่อนคู่คิด มิตรแท้แก่กลุ่มพันธมิตรหลักและผู้รับบริการรายใหม่ ทั้งบริษัทขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ด้วยมิตรภาพและความจริงใจ ทีไฟว์ยังยืนหยัดในการผลิตสินค้าคุณภาพที่สอดประสานความคุ้มค่า ตอบโจทย์ประโยชน์ใช้งานและพร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน